Skip to content

พระร่วง : จิตวิญญาณของพื้นที่แห่งเมืองสุโขทัย

  • by

จิตวิญญาณสุโขทัย

จิตวิญญาณสุโขทัย

จิตวิญญาณสุโขทัย

หากใครมีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย อาจรู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นก้อนหินทรงกลมคล้ายอุกกาบาต มีขนาดเท่าลูกมะพร้าว จัดแสดงอยู่ในตู้กระจก เมื่อยื่นหน้าเข้าไปใกล้และอ่านดูคำอธิบายก็จะพบว่าแท้จริงแล้วเป็นหินที่เชื่อกันว่าเป็นส่วนศีรษะของ “ขอมดำดิน” ที่ถูกพระร่วงสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อครั้งที่พระองค์กำลังกวาดลานอยู่ที่วัดมหาธาตุ กลางเมืองสุโขทัย

            ไม่เพียงแต่ “ศีรษะขอมดำดิน” ที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์นี้เท่านั้น ที่ทำให้เรื่องเล่าและความทรงจำเกี่ยวกับ “พระร่วงของเมืองสุโขทัย” ดำรงอยู่อย่างมีชีวิตชีวา แต่เรื่องราวของพระร่วงยังคงซึมแทรกอยู่ในสถานที่ต่างๆ ของเมืองสุโขทัย ซึมซ่านขยายข้ามเขตแดนไปโดยรอบ กล่าวได้ว่า “พระร่วง” คือจิตวิญญาณของพื้นที่ (spirit of place) ที่ถูกบรรจุฝังแน่นอยู่ในภูมิ-อากาศของเมืองสุโขทัยมานานนับศตวรรษ  เว็ปตรงแตกหนัก

 

            “พระร่วง” เป็นชื่อที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั่วไปทั้งในหมู่บ้านและการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร  ชาวบ้านนิยมเล่าเรื่องพระร่วงให้อิงกับความเป็นมาของบ้านเมืองและสถานที่หลายแห่งบริเวณสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร     สล็อตเว็บตรง

 

            พงศาวดารเหนือ กล่าวถึงประวัติพระร่วงว่าเป็นกษัตริย์ครองกรุงสุโขทัย มีพระบิดาเป็นมนุษย์ ทรงพระนามว่าพระยาอภัยคามมะนี ผู้ครองนครหริภุญไชย ส่วนพระมารดาเป็นนางนาค   สล็อตแตกหนัก

 

            ตำนานบางเรื่องว่าพระร่วงเป็นบุตรของนายคงเครา ชายสามัญผู้เป็นนายกองส่วยน้ำของเมืองละโว้ ที่มีหน้าที่คุมไพร่พลตักน้ำจากทะเลชุบศรไปถวายพระเจ้าปทุมสุริยวงศ์ ณ เมืองขอม และด้วยความที่เป็นผู้มีวาจาสิทธิ์สามารถสั่งน้ำให้ขังอยู่ในชะลอมไม้ไผ่สานได้ จึงถูกหวาดระแวงว่าอาจตั้งตัวขึ้นเป็นใหญ่ นายร่วงจึงหนีออกจากเมืองละโว้ไปบวชเป็นพระอยู่ที่กรุงสุโขทัย

            เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตพระร่วงจากตำนานหลายๆ เรื่องมีความสอดคล้องกัน พระร่วงเป็นวีรบุรุษทางวัฒนธรรมของพื้นที่ นอกจากจะเป็นผู้นำที่สามารถ ยังเป็นผู้ก่อรูปบ้านเมืองและภูมิลักษณ์ของชุมชน  เรื่องเล่าเกี่ยวกับพระร่วงทำให้พื้นที่-สถานที่มีชีวิตและมีความหมายต่อผู้คน ทั้งต่อผู้เล่าและผู้ฟัง

ว่ากันว่าพระร่วงนั้นมีวาจาสิทธิ์ เมื่ออายุได้ ๑๑ ขวบ ก็ล่วงรู้ถึงอำนาจลึกลับของตนเอง ขณะที่พายเรือทวนน้ำจนเหน็ดเหนื่อยได้ออกปากว่า ทำไมน้ำจึงไม่ไหลไปทางโน้นบ้าง พอขาดคำ สายน้ำก็ไหลย้อนกลับไปเป็นที่อัศจรรย์

จิตวิญญาณสุโขทัย

พระร่วงในวัยหนุ่ม มีนิสัยคึกคะนอง ชอบไปไหนมาไหนเพียงคนเดียว ชอบเล่นเบี้ยพนันและเล่นว่าว  นิทานหลายเรื่องของจังหวัดสุโขทัยผูกโยงเรื่องราวของพระร่วงไว้กับพื้นภูมิของบ้านเมือง เช่นครั้งหนึ่งพระร่วงวิ่งว่าวไปถึงบ้านสารจิต (อำเภอศรีสัชนาลัย) ว่าวลอยขึ้นไปไม่ถึงลมบนเพราะด้ายสายว่าวหมด จึงเข้าไปขอด้ายจากชาวบ้าน แต่ชาวบ้านปฏิเสธว่าไม่มีฝ้าย พระร่วงโกรธจึงแช่งว่าถ้าเช่นนั้นก็ขออย่าให้บ้านนี้ปลูกฝ้ายได้ผล  นับแต่นั้นมาหมู่บ้านแห่งนี้ก็ปลูกฝ้ายไม่ได้ผล     สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

 

เมื่อพระร่วงเดินทางต่อเพื่อเข้าเมืองสุโขทัย มาถึงบ้านซ่านเป็นเวลาพลบค่ำพอดี จึงแวะที่บ้านชาวบ้านเพื่อขอนอนค้างคืน  แต่ชาวบ้านเห็นเป็นคนแปลกหน้าจึงอ้างว่าบ้านนี้คับแคบ มีห้องเพียงสองห้องเท่านั้น  เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ด้วยอารมณ์โกรธ พระร่วงจึงสาปว่า ต่อไปบ้านนี้หากจะปลูกบ้านก็ขอให้ปลูกได้เพียงหลังละสองห้องเท่านั้น  ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านซ่าน อำเภอศรีสำโรง จึงปลูกบ้านเพียงหลังละสองห้องเท่านั้น ด้วยเกรงวาจาสิทธิ์ของพระร่วง

ส่วนที่บ้านกล้วย ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองสุโขทัย กันดารน้ำ ไม่สามารถขุดบ่อน้ำบาดาลได้ ทั้งๆ ที่มีคลองแม่ลำพันไหลผ่าน ก็เนื่องมาจากที่ในอดีตเคยปฏิเสธคำขอน้ำดื่มของพระร่วง   สล็อตวอเลทเว็บตรง

 

ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุดะพกฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาส “เที่ยวเมืองพระร่วง” พระองค์ทรงบันทึกว่าชาวบ้านอ้างประวัติความเป็นมาของสถานที่สำคัญๆ ให้เกี่ยวกับพระร่วงทั้งสิ้น เช่นที่เขานางทอง เขาหลวง วัดพระธาตุเมืองสุโขทัย วัดนางพญา วัดโคกสิงคาราม เมืองสวรรคโลก    เว็บสล็อตแตกง่าย

 

จนทุกวันนี้เรายังคงได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์และวาจาสิทธิ์ของพระร่วงในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนพระร่วง ที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองศรีสัชนาลัย สุโขทัยและกำแพงเพชร (ต่อมาสันนิษฐานว่าเป็นคันกั้นน้ำ) ข้าวตอกพระร่วง (แร่ limonite) จากเขาพระบาทใหญ่ ถือเป็นเครื่องรางของขลังของศักดิ์สิทธิ์ระงับพิษร้าย ต้นแก้งขี้พระร่วง ต้นไม้ที่มีกลิ่นเหม็นเหมือนอุจจาระ ปลาก้างพระร่วง หรือปลาพระร่วง ปลาตัวเล็กสีขาวใสที่สามารถมองเห็นโครงก้างอยู่ภายในได้ด้วยตาเปล่า เชื่อกันว่าพระร่วงกินปลาเหลือแต่ก้าง แล้วโยนลงน้ำพร้อมกับบอกให้ว่ายน้ำต่อไป  ปลาชนิดนี้เดิมทีพบมากที่ “โซกพระร่วง” ร่องน้ำกลางหุบเขาที่ไหลเข้าเมืองสุโขทัย ซึ่งเชื่อกันว่าเกิดจากที่พระร่วงได้มาลองพระขรรค์ ฟันภูเขาแยกออกเป็นสองส่วนและกลายเป็นธารน้ำในเวลาต่อมา

ตำนานเกี่ยวกับพระร่วงที่โด่งดังที่สุด เห็นจะไม่มีเรื่องใดเกินไปกว่าที่พระร่วงสาปขอมซึ่งดำดินมาโผล่ที่กลางเมืองสุโขทัยให้กลายเป็นหิน เมื่อครั้งที่พระร่วงหนีราชภัยมาบวชที่เมืองสุโขทัย  เมื่อมีคนมาถามหา “นายร่วงจากเมืองละโว้” ภิกษุร่วงซึ่งกำลังกวาดลานวัดอยู่จึงได้กล่าวตอบไปว่า “ให้รออยู่ที่นี่เถิด” และด้วยวาจาสิทธิ์จึงทำให้คู่สนทนากลายเป็นหินอยู่กลางลานวัดนั้นเอง

จิตวิญญาณสุโขทัย

ครั้งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเมืองเก่าสุโขทัยในปี ๒๔๕๐ ทรงพบว่ารูปขอมดำดินนั้นปรากฏอยู่ที่ฐานพระเจดีย์รายหน้าซุ้มพระอัฏฐารศทางทิศใต้ ทรงกล่าวไว้ในหนังสือ เที่ยวเมืองพระร่วง ว่า ยังมองเห็นเป็นรูปมนๆ คล้ายๆ หัวไหล่คน ถ้าแม้ต่อศีรษะเข้าก็พอจะดูคล้ายรูปคนโผล่ขึ้นมาจากดินเพียงหน้าอก  ต่อมาสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ โปรดฯ ให้ย้าย “ขอมดำดิน” ที่เหลือขนาดเล็กลงเรื่อยๆ (เนื่องจากมีคนแอบกะเทาะเอาไปทำยาและเครื่องรางอยู่เสมอ) นำไปรักษาไว้ที่ศาลากลางจังหวัดสุโขทัย จนปี ๒๔๙๖ เมื่อมีการสร้างศาลพระแม่ย่า จึงได้ย้ายมารวมเข้าไว้ด้วยกัน ก่อนที่ “ขอมดำดิน” จะกลายมาเป็น “วัตถุโบราณ” เพื่อการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จังหวัดสุโขทัย เช่นทุกวันนี้

พระร่วงจบชีวิตลงโดยจมหายลงไปตรงบริเวณแก่งหลวงซึ่งเป็นช่วงกระแสน้ำเชี่ยวของลำน้ำยม (อยู่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย) โดยชาวบ้านเชื่อว่าพระร่วงกลับไปหามารดาในนาคพิภพ

ตำนานเรื่องพระร่วงและสถานที่ของเมืองสุโขทัยจึงเชื่อมโยงกันได้อย่างสนิท พระร่วงคือจิตวิญญาณของพื้นที่ของเมืองสุโขทัยที่ฝังรากลึกและแตกดอกออกผลต่อมาอย่างไม่ขาดสาย นับตั้งแต่งานวรรณกรรมเชิงปรัชญาชั้นเยี่ยมที่ยกย่องให้เป็น ไตรภูมิพระร่วง สุภาษิตพระร่วง มาตั้งแต่อดีต จนมาถึงอาหารขึ้นชื่อ “ข้าวเปิ๊บ” ของชุมชนบ้านนาต้นจั่น อำเภอศรีสัชนาลัย ที่รู้จักกันในบรรดานักท่องเที่ยวว่า “ก๋วยเตี๋ยวพระร่วง”

เล่ากันว่ามีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ย้ายมาประจำอยู่ที่จังหวัดสุโขทัย หลังจากที่เรียกประชุมผู้นำจากหมู่บ้านต่างๆของจังหวัดสุโขทัยเป็นครั้งแรก  ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านนั้นสะดุดใจกับชื่อ “บ้านคุก” ซึ่งเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก และประกาศในที่ประชุมชนนั้นว่า ชื่อบ้านนามเมืองช่างไม่เป็นมงคล เพราะเกี่ยวข้องกับคุกตะราง และเสนอว่าจะให้เปลี่ยนชื่อเสียใหม่ให้เป็นมงคลนาม

            ผู้นำเจ้าของชุมชนนั้นลุกขึ้นยืนคัดค้านอย่างแข็งขัน ว่าชื่อบ้านคุกนั้นไม่ได้มาจากคุกตะราง แต่เป็นมงคลนามเพราะมาจากตำนานความรักของพระร่วงที่ตามหานางผู้เป็นที่รัก แต่ด้วยความรีบร้อน จึงไปสะดุดตอไม้ที่ “บ้านแสนตอ” ก่อนที่จะล้มคุกเข่าลงด้วยความเหนื่อยอ่อน “บ้านคุก” จึงเป็นร่องรอยประทับของวีรบุรุษทางวัฒนธรรมที่พวกเขาภาคภูมิใจ

พระร่วง คือ “จิตวิญญาณของพื้นที่”ของเมืองสุโขทัย และด้วยความสัมพันธ์อันลึกซึ้งเช่นนี้เท่านั้น ที่จะสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนได้อย่างแท้จริง

อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/